BLOGS

กล้อง AI อัจฉริยะ เทคโนโลยีจับใบหน้า-วัตถุเพื่อธุรกิจมีรถ

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

รถขนส่งในปัจจุบันเริ่มมีการติดตั้งกล้อง AI อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยให้อยู่ในระดับสูงสุด ด้วยจากธรรมชาติของงานขนส่งโดยเฉพาะอุบัติเหตุ หากเกิดขึ้น ความเสียหายมักอยู่ในระดับมหาศาล ทำให้การป้องกันเป็นมาตรการการจัดการที่ควบคุมและจำกัดความเสี่ยงได้ดีที่สุด

บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้จะมาบอกเล่าเรื่องเทคโนโลยีกล้อง AI อัจฉริยะ หรือ AI Camera สิ่งนี้แตกต่างจากกล้องติดรถทั่วไปอย่างไร ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจมีรถใช้กล้อง AI เพื่อแก้ไขปัญหา ประโยชน์ระยะสั้นและระยะยาวที่ธุรกิจมีรถได้รับ และข้อมูลที่น่าสนใจที่ธุรกิจสามารถนำไปช่วยพิจารณาและตัดสินใจเลือกใช้กล้อง AI Camera กับรถได้อย่างถูกต้องและได้ประโยชน์สูงสุด

Cartrack เป็นบริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีระบบติดตามรถและบริหารจัดการยานพาหนะแบบครบวงจร เช่น ระบบติดตามและจัดการยานพาหนะ เซนเซอร์น้ำมัน เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ รวมถึงกล้องรถยนต์ต่าง ๆ อย่าง กล้องหน้ารถมี GPS กล้องติดหน้ารถบรรทุก กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าผู้ขับขี่ กล้องหลังรถ กล้องข้างรถ กล้องติดท้ายรถเตือนเมื่อมีการเปิดปิดประตูตู้สินค้า ฯลฯ ให้ธุรกิจมีรถใช้งานรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งผลลัพธ์คือ ลดและป้องกันการสร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้อย่างยั่งยืน

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • กล้อง AI คืออะไร? แตกต่างจากกล้องทั่วไปอย่างไร?
  • ปัญหาที่ธุรกิจมีรถมักเจอก่อนใช้งานกล้อง AI ติดรถ?
  • ธุรกิจจะได้รับประโยชน์อะไรจากการใช้งานเทคโนโลยีจับใบหน้า-วัตถุในกล้อง AI อัจฉริยะ?
  • กล้อง AI ตรวจจับพฤติกรรมคนขับ-วัตถุ อัจฉริยะจาก Cartrack ที่ธุรกิจมีรถควรใช้งาน

กล้อง AI คืออะไร? แตกต่างจากกล้องทั่วไปอย่างไร?

กล้อง AI คือ กล้องวงจรปิดที่มีเทคโนโลยีสมองกลวิเคราะห์สถานการณ์ที่กล้องจับภาพอยู่และประมวลผลได้ในเวลารวดเร็วหลักวินาที และสามารถสั่งการจากข้อมูลที่ประมวลผลได้ เช่น แจ้งเตือน ส่งข้อมูลที่จับได้เข้าระบบ บังคับเครื่องยนต์ ฯลฯ แต่ก็สามารถดูภาพสดได้ในเวลาเดียวกัน เหมือนกล้องติดรถทั่วไป

กล้อง AI สำหรับรถในปัจจุบัน มีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือกล้อง ADAS และ กล้อง DMS

  • กล้อง ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) คือ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่ผนวกพลังของกล้อง เซนเซอร์ และเรดาร์เข้าด้วยกัน เพื่อตรวจจับและแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมข้างหน้ารถ หรือพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยกับสภาพแวดล้อมข้างหน้ารถ เช่น เตือนชนด้านหน้า ออกนอกเลนกะทันหัน ฯลฯ
  • กล้อง DMS (Driver Monitoring Systems) คือระบบกล้อง AI อัจฉริยะที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และสั่งการควบคุมคนขับแบบเรียลไทม์ หากพบพฤติกรรมของคนขับที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เหนื่อยล้าตาจะปิด หลับใน ไม่มองทาง เล่นโทรศัพท์ หรือจงใจบังกล้อง ซึ่งเป็นภัยต่อการขับขี่ทั้งสิ้น

ในขณะที่กล้องติดรถทั่วไปจะทำงานเหมือนกล้องวงจรปิด CCTV เคลื่อนที่ ที่บันทึกภาพตรงหน้าไปเรื่อย ๆ ดูภาพสดได้ ปัจจุบันกล้องทั่วไปส่วนใหญ่เพิ่มโหมดเก็บฟุตเทจหรือล็อกไฟล์ภาพในจังหวะที่รถเกิดอุบัติเหตุไว้ด้วย ด้วยการเชื่อมต่อระบบกล้องเข้ากับระบบเซนเซอร์ 3 แกนของรถ 

หลักการทำงานคือ เมื่อรถมีการกระแทก เซนเซอร์ 3 แกนของรถจะตรวจจับได้ และหากทำงานร่วมกับกล้อง กล้องก็จะรับรู้สัญญาณจากเซนเซอร์ 3 แกนของรถ และสั่งงานตามที่ระบบตั้งค่าเอาไว้ ซึ่งมักเป็นการล็อกไฟล์ภาพ เพื่อให้เจ้าของรถมีภาพหลักฐานจากเหตุการณ์ไว้ใช้งานต่อไป

เปรียบเทียบคุณสมบัติกล้องติดรถ AI Camera VS กล้องติดรถทั่วไป

จากหลักการทำงานของกล้องติดรถทั้งสองแบบ จะเห็นได้ว่า กล้อง AI Camera ทำงานในเชิงรุกป้องกันได้ด้วย เสมือน “ผู้ช่วยดึงสติและพฤติกรรมการทำงานของคนขับ” 

ในขณะที่กล้องติดรถทั่วไปทำงานแบบเชิงรับอย่างเดียว รับข้อมูลเข้ามาและส่งให้เท่าที่ระบบทำได้ เหมือน “พยาน” ที่เห็นภาพอย่างเดียว Cartrack มีตารางเทียบให้เห็นง่าย ๆ ดังนี้

คุณสมบัติ กล้องติดรถ AI Camera กล้องติดรถทั่วไป
การแจ้งเตือน เชิงรุกและเชิงรับ เตือนก่อนเกิดเหตุ เช่น เตือนเล่นโทรศัพท์ เตือนจี้คันหน้าเสี่ยงชนท้าย ฯลฯ และบันทึกภาพพร้อมสตรีมสด เชิงรับอย่างเดียว บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น และเป็นการบันทึกวนลูป อาจไม่สามารถเก็บข้อมูลสำคัญอะไรไว้ได้เลย
การตรวจจับวัตถุ แยกแยะพฤติกรรมหรือสิ่งของได้ว่า คนขับทำอะไร หรือสิ่งตรงหน้าคือ รถหรือคนเดินเท้า มองเห็นเพียงภาพเคลื่อนไหว ไม่มีการวิเคราะห์
พฤติกรรมคนขับ หลักสำคัญคือ กล้อง AI ตรวจจับใบหน้าและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ง่วงนอน ใช้สมาร์ทโฟนมือถือ สูบบุหรี่ ฯลฯ ไม่มีการตรวจจับพฤติกรรมคนขับ
ราคา สูงกว่า เนื่องจากมีระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงในกล้อง ประหยัดกว่า เป็นแค่ฟังก์ชันกล้องบันทึกภาพทั่วไปจึงเข้าถึงง่าย

เลนส์กล้อง AI อัจฉริยะติดรถ

ปัญหาที่ธุรกิจมีรถมักเจอก่อนใช้งานกล้อง AI ติดรถ?

สำหรับธุรกิจที่มีฟลีทรถใช้งาน กล้องติดรถทั่วไป เป็นแค่อุปกรณ์เก็บข้อมูล แต่ไม่ได้ช่วยในการบริหารงานขนส่ง ซึ่งสุดท้าย งานจัดการรถไม่ได้เบาลงเลยสำหรับธุรกิจ ในขณะที่หากใช้กล้อง AI นอกจากบันทึกภาพ ระบบอัจฉริยะของมันจะช่วยจัดการงานได้แบบอัตโนมัติเลย

และเหล่านี้คือ ปัญหาคลาสสิกที่ธุรกิจหรือหน่วยงานองค์กรมักเจอ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้กล้อง AI Camera

1. พฤติกรรมคนขับที่ควบคุมไม่ได้หลังพวงมาลัย

นี่คือจุดบอดที่ใหญ่ที่สุด เพราะกล้องรถยนต์ทั่วไปส่องออกไปนอกรถ แต่ไม่ได้ส่องแบบดูแลคนขับได้จริงซึ่งคนขับมักทำพฤติกรรมว่อกแว่ก เช่น เล่นมือถือ สูบบุหรี่ หรือเหม่อลอยไม่มองทาง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ยังไม่สามารถเตือนคนขับได้ หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ขับรถ และธุรกิจไม่สามารถตามด้วยตัวเองได้ทุกคันตลอดเวลา 

2. ปัญหาการเล่าเรื่องไม่ตรงกันเมื่อเกิดเหตุ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะขนส่งหรือโดนร้องเรียน ธุรกิจมักเจอปัญหาการเล่าเรื่องหรือข้อมูลที่ไม่ตรงกันหรือไม่ถูกต้องกับความจริงไปเลย 

ตัวอย่างเช่น รถขนส่งแฉลบคว่ำลงข้างทาง คนขับอาจบอกว่า มีอะไรตัดหน้าหรือผมตั้งใจขับรถมากไม่ได้เผอเรอ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันพฤติกรรมภายในรถเลย ซึ่งกล้อง AI จะแจ้งเตือนและบันทึกภาพความประมาทนั้นมาให้ 

หากไม่มี ธุรกิจก็สามารถย้อนดูจากระบบซ้ำได้อีกว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจากอะไร เพื่อให้มั่นใจว่าคนขับประมาทจริง หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนี้

3. ค่าใช้จ่ายแฝงที่สูงเกินจริง

การไม่มีระบบ AI มาช่วยวิเคราะห์การดำเนินงาน ทำให้ธุรกิจต้องจ่ายเงินและเสียโอกาสไปกับสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ ความเสียหายเหล่านั้น ได้แก่

  • ค่าเสียหายจากการผิดนัดส่งสินค้า ทั้งรายได้และโอกาสเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งทางธุรกิจ
  • ค่าซ่อมบำรุงรถจากอุบัติเหตุหรือรถเสื่อมสภาพด้วยพฤติกรรมขับขี่ที่ไม่ดีตลอดเวลา หรือค่าใช้จ่ายซื้อรถคันใหม่ 
  • ค่าชดเชยอุบัติเหตุ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญคนหรือคู่กรณี ไปจนถึงค่าชดเชยหากความเสียหายหนักมากหรือถึงแก่ชีวิต
  • ค่าเบี้ยประกัน รถที่ไม่มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมักเจอค่าเบี้ยประกันที่สูงกว่า

ดังนั้น อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวจึงอาจแพงกว่าค่าติดตั้งกล้อง AI ทั้งฟลีทรถเสียอีก

ธุรกิจจะได้รับประโยชน์อะไรจากการใช้งานเทคโนโลยีจับพฤติกรรมคนขับ-วัตถุในกล้อง AI อัจฉริยะ?

1. ลดอุบัติเหตุและป้องกันก่อนเกิด

เนื่องจากคุณสมบัติของกล้อง AI อัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่และสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ รวมถึงเตือนเมื่อคนขับง่วง หลับใน เล่นมือถือ ขับชิดคันหน้าเกินไปไม่ปลอดภัย แจ้งเตือนก่อนชนหรือเบรกกะทันหัน 

ผลลัพธ์ที่ธุรกิจได้คือ จำนวนอุบัติเหตุที่ลดลง ค่าเสียหายทางรายได้และลูกค้า ค่าซ่อมรถ ค่าชดเชย ก็ลดลงตามไปด้วย

2. พฤติกรรมคนขับดีขึ้นแบบชัดเจนวัดผลได้

หลักการทำงานของกล้อง AI Camera ไม่ใช่แค่จับผิด แต่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนขับได้ด้วยการแจ้งเตือนทันที และมีหลักฐานวิดีโอจริง ที่นำมาใช้อบรมคนขับได้อย่างชัดเจน สามารถเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนหลังได้ รวมถึงมีคะแนนการขับขี่ร่วมด้วย ทำให้พฤติกรรมการขับขี่ดีขึ้นอย่างรอบด้าน

3. ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น

กล้อง AI Camera คือเครื่องมือที่ลดต้นทุนที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่จำเป็น ซึ่งต้นทุนนี้ก้อนใหญ่มักมาจากอุบัติเหตุ เช่น ค่าเบี้ยประกัน ค่าเคลมข้อพิพาท ค่าเสียโอกาสจากรถหยุดวิ่ง ค่าล่วงเวลาจัดการเหตุฉุกเฉิน ค่าปรับ เป็นต้น

4. เคลียร์จบอุบัติเหตุหรือข้อพิพาทได้ไว

กล้อง AI เป็นพยานดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ช่วยดำเนินการและลดระยะเวลาการเคลมให้เสร็จสิ้นได้ไวและสะดวกขึ้น ด้วยการรู้ชัดเจนว่าใครผิดถูก ปกป้องคนขับที่ทำถูกต้อง ลดเวลาการสอบสวนและการโต้แย้ง จนเร่งกระบวนการเคลม ถ้าเป็นฝ่ายถูก ภาพจากกล้องติดหน้ารถจะช่วยให้มีโอกาสได้ค่าชดเชยกลับคืนเร็วด้วย 

5. บริหารฟลีทรถได้อย่างมืออาชีพ

กล้อง AI อัจฉริยะที่คุณภาพดีจะทำงานร่วมกับระบบ GPS ติดตามรถ หรือ Fleet Management Systems ได้ ทำให้การติดตามมีข้อมูลการขับขี่ด้วย 

ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงตามเส้นทางและใช้สร้างนโยบายความปลอดภัยต่อไปในอนาคต

6. ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรและความปลอดภัย

การติดกล้องหน้ารถ AI ช่วยยกระดับการดูแลความปลอดภัยในการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งให้ผลดีทั้งภายในและภายนอกองค์กร 

ภายในคือ แสดงถึงความใส่ใจพนักงานและการทำงานให้ปลอดภัยกับทุกคน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพจนกลายเป็นมาตรฐานการทำงานที่ดี ส่วนภายนอกองค์กรก็ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าหรือคู่ค้า ชูภาพลักษณ์องค์กรเป็นองค์กรที่มีมาตรฐานในการทำงาน ซึ่งใช้เป็นการทำการตลาดและแบรนด์ดิ้งให้กับองค์กรต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

7. รองรับข้อกำหนดและกฎหมาย

เนื่องจากกล้อง AI อัจฉริยะช่วยยกระดับความปลอดภัยได้ จึงช่วยให้องค์กรที่ติดตั้งกล้อง AI ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย หรือเป็นไปตามที่กฎหมายหรือกติกาบริษัทประกันภัยกำหนดในการลดเบี้ยประกัน

กล้อง AI ติดรถ ตรวจจับพฤติกรรมคนขับหาว ง่วงนอนได้

กล้อง AI ตรวจจับพฤติกรรมคนขับ-วัตถุ อัจฉริยะจาก Cartrack ที่ธุรกิจมีรถควรใช้งาน

กล้อง AI อัจฉริยะ มีเทคโนโลยีสมองกลที่อัจฉริยะสมชื่อ เพราะไม่ใช่แค่ตั้งรับเป็นคลังภาพรอแก้ไข แต่เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ป้องกันเหตุไม่คาดฝันตั้งแต่ก่อนเกิด ทั้งการแจ้งเตือนและอบรมการขับขี่ที่ถูกต้องใหม่ การใช้กล้อง AI Camera จึงเป็นการดำเนินงานที่คุ้มค่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาวสำหรับธุรกิจที่แท้จริง ติดกล้องติดรถยี่ห้อไหนดี ต้องติดกล้องติดรถ Cartrack เท่านั้น

หากธุรกิจใดสนใจติดตั้งกล้องติดรถ AI หรือระบบติดตามและจัดการยานพาหนะอย่าง GPS ติดรถบรรทุก อุปกรณ์จีพีเอสติดรถสำหรับรถประเภทต่าง ๆ 

คลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อรับสิทธิพิเศษฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน หรือเพื่อสอบถามรายละเอียดการจัดการรถอย่างมีประสิทธิภาพกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรงแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกล้อง AI อัจฉริยะ Cartrack

กล้อง AI อัจฉริยะ Cartrack ขัดกับกฎหมายความเป็นส่วนตัว หรือ PDPA หรือไม่?

การติดตั้งกล้อง AI ในรถของบริษัทหรือองค์กรไม่ถือว่าขัดหรือละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว หรือ PDPA กรณีที่ทางบริษัทมีการแจ้งให้พนักงานรับทราบว่าจะมีการติดตั้งกล้อง เพื่อติดตามพฤติกรรมขณะขับขี่หรือในเวลางาน และพนักงานยอมรับได้ อาจจะเป็นการรับรู้ร่วมกัน หรือการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หากดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ก็ไม่ถือว่าผิด PDPA

ถ้าธุรกิจต้องการติดตั้งกล้อง AI ติดรถ Cartrack ต้องขอความยินยอมจากพนักงานขับรถหรือไม่?

แนะนำให้ทางบริษัทหรือธุรกิจที่เป็นเจ้าของรถ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักร สื่อสารกับพนักงานขับรถให้รับทราบและขอความยินยอมจากพนักงานตั้งแต่แรก เพื่อเป็นการป้องกันการละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว หรือ PDPA

กล้อง AI Cartrack ติดตั้งบริเวณส่วนไหนของรถ?

ตำแหน่งที่ติดตั้งกล้อง AI ของ Cartrack จะมีบริเวณด้านหน้าคอนโซลรถ บริเวณหลังพวงมาลัย เพื่อจับภาพมุมมองถนนและ ตรวจจับพฤติกรรมคนขับรถ

อ่าน FAQs เพิ่มเติมที่นี่

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

YouTube: CartrackThailand 

TikTok: cartrack.thailand

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

กล้อง AI อัจฉริยะ แตกต่างจากกล้องติดรถทั่วไปอย่างไร ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจมีรถใช้กล้อง AI ประโยชน์ระยะสั้นและระยะยาวที่ธุรกิจมีรถได้รับ อ่านแล้วติดตั้งได้ถูก!