BLOGS

เทคนิคใช้ระบบจัดการยานพาหนะ เพิ่มกำไร ลดต้นทุน

สนใจใช้งาน GPS ติดรถ Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ผู้จัดการฝ่ายยานพาหนะ เป็นตำแหน่งที่มักมีส่วนร่วมในทุกด้านของธุรกิจที่มีขนส่ง ซึ่งฟังดูแล้วเป็นงานที่มีรายละเอียดมากมายและซับซ้อน แต่การมีส่วนร่วมแบบนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำธุรกิจที่มีโครงสร้างและการจัดการที่มั่นคงด้วยเช่นกัน ผ่านเครื่องมือที่มีชื่อเรียกว่า ระบบจัดการยานพาหนะ (Fleet management system) 

บทความคาร์แทรคตอนนี้ จะชวนผู้ประกอบการธุรกิจมีรถมาถอดสูตรหรือรู้จักวิธีการใช้ระบบจัดการยานพาหนะ ว่าทำอย่างไรจึงจะจัดการรถและเครื่องจักร และยังช่วยให้ธุรกิจเพิ่มกำไรและลดต้นทุนได้ด้วย

บทความนี้ชวนคุยเรื่อง

  • การจัดการยานพาหนะ คืออะไร?
  • ความสำคัญของการมีการจัดการยานพาหนะ มีอะไรบ้าง?
  • จุดประสงค์ของการจัดการยานพาหนะ มีอะไรบ้าง?
  • วิธีไหนบ้างที่ปกป้องรถจากขโมยได้
  • 5 วิธีเพิ่มกำไร ลดต้นทุน ด้วยการจัดการยานพาหนะ ที่ดีที่สุด
  • 4 เส้นทางที่ Cartrack จัดการยานพาหนะที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

ระบบการจัดการยานพาหนะ คืออะไร?

การจัดการยานพาหนะ คือ การดูแลการดำเนินงานของยานพาหนะ หรือรถประเภทต่าง ๆ เช่น รถบัส รถยนต์ รถบรรทุก รถเช่า และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ไม่เพียงแค่การเติมน้ำมันและบำรุงรักษาเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในการลงทุน

ความสำคัญของการมีระบบจัดการยานพาหนะ มีอะไรบ้าง?

ความสำคัญอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ ขนาดบริษัท และเป้าหมายเฉพาะของแต่ละกิจการ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องการจะมีระบบจัดการยานพาหนะนั้น สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ ดังนี้

  • ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
  • ประสิทธิภาพและการจัดการต้นทุน
  • การจัดการและการมีส่วนร่วมของคนขับ
  • ความยั่งยืนและการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
  • การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร

จุดประสงค์การใช้งานระบบจัดการยานพาหนะของธุรกิจส่วนใหญ่

1. การจัดหายานพาหนะ

การจัดหายานพาหนะเป็นกระบวนการสำคัญในการเพิ่มยานพาหนะใหม่ ไม่เพียงแค่ซื้อรถอะไร แต่ยังมีเรื่องของการเลือกยานพาหนะที่ถูกต้อง ในเวลาที่เหมาะสม และด้วยวิธีที่คุ้มค่า เพื่อให้ธุรกิจได้ประโยชน์สูงสุด

2. การติดตามยานพาหนะ

การจัดการยานพาหนะทุกวันนี้ จะต้องได้ข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ทั้งในเรื่องตำแหน่ง การเคลื่อนที่ ความเคลื่อนไหวของเครื่องยนต์และน้ำมัน และประสิทธิภาพของยานพาหนะ เป็นเหมือนการมีผู้ช่วยคอยติดตามยานพาหนะทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ที่สามารถนำไปใช้ดำเนินธุรกิจต่อได้

3. การจัดการเส้นทางและการจัดส่ง

หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้จัดการยานพาหนะ คือ วางแผนและประสานงานการใช้รถและคนขับ ซึ่งจะมีการมอบหมายงานขนส่งและวางแผนเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับคนขับ โดยอิงจากข้อมูลเรียลไทม์ ความต้องการของลูกค้า และความพร้อมของคนขับ

4. การจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง

เป้าหมายของการจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงยานพาหนะ คือ การเพิ่มระยะทางวิ่งรถจากการใช้น้ำมันให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การติดตาม วิเคราะห์ และควบคุมการใช้น้ำมันของยานพาหนะทุกคัน

5. การตรวจสอบพฤติกรรมและความปลอดภัยของคนขับ

การรักษาความปลอดภัยของคนขับและพฤติกรรมที่รับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษายานพาหนะและเครื่องยนต์ และลดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน ที่มักมีมูลค่ามหาศาลไม่ว่าอุบัติเหตุจะเล็กหรือใหญ่

6. การวางแผนการบำรุงรักษายานพาหนะ

การรักษายานพาหนะให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ ไว้วางใจได้ 

ผู้จัดการยานพาหนะจะวางแผนการบำรุงรักษายานพาหนะ เพื่อให้ยานพาหนะได้รับการซ่อมบำรุงในเวลาที่เหมาะสมและอย่างแม่นยำ ป้องกันการเสียหายและเพิ่มอายุการใช้งานของยานพาหนะ

7. การหมุนเวียนการใช้ยานพาหนะ

การสับเปลี่ยนการใช้ยานพาหนะหรือเฟ้นหายานพาหนะใหม่มาใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและอายุการใช้งาน ไม่เพียงแค่การสลับกุญแจ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ ลดการสึกหรอ และให้แน่ใจว่ายานพาหนะถูกใช้งานอย่างถูกต้อง ทั้งเรื่องงานและคนขับ

8. เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ของยานพาหนะ

เจาะลึกถึงแง่มุมทางการเงินของระบบจัดการยานพาหนะ ไม่เพียงแค่การทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง แต่ยังเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร และการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่ได้รับ เพื่อเพิ่มผลกำไรและลดต้นทุนค่าใช้จ่าย

9. การจัดการความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎ

ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎกติกาหรือกฎหมายจราจร เป็นรากฐานของการจัดการยานพาหนะที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมากไปกว่าการลดอุบัติเหตุและค่าปรับ แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ

ทำไมธุรกิจส่วนมากถึงต้องการใช้ระบบจัดการยานพาหนะ

ประโยชน์ของระบบจัดการยานพาหนะ มีอะไรบ้าง?

การจัดการยานพาหนะเป็นวิธีที่ที่สุดที่ธุรกิจที่มีรถหรือเครื่องจักร จะสามารถปรับปรุงการดำเนินงานของพวกเขาได้ 

ตั้งแต่การเพิ่มผลผลิต ความปลอดภัย การปฏิบัติตามข้อกำหนด ความปลอดภัย และลดต้นทุน ที่ช่วยให้การดำเนินงานยานพาหนะราบรื่นขึ้น

โดยประโยชน์สูงสุดของการจัดการยานพาหนะมีดังนี้

  • เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของคนขับและท้องถนน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของยานพาหนะ (การขนส่งที่ตรงเวลา เส้นทางที่เหมาะสม การจัดส่งที่รวดเร็ว ฯลฯ)
  • ลดต้นทุนเกี่ยวกับยานพาหนะและเพิ่มกำไรไปด้วยในเวลาเดียวกัน
  • เพิ่มการมองเห็นการใช้งานยานพาหนะโดยรวม
  • สร้างวิถีปฏิบัติตามกฎหมายที่สำคัญ
  • เพิ่มอายุการใช้งานของยานพาหนะ
  • เพิ่มความปลอดภัย ด้วยการป้องกันการขโมย การทุจริต และการทำลายทรัพย์สิน
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
  • สร้างบรรยากาศและประสบการณ์การทำงานที่ดีให้คนขับ
  • เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าให้ได้สูงสุด

5 วิธีเพิ่มกำไร ลดต้นทุน ด้วยระบบจัดการยานพาหนะที่ดีที่สุด

ทุกการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการหายานพาหนะใหม่มาเสริมทัพในธุรกิจ หรือการหาคนขับเพิ่ม จะต้องเชื่อมโยงกันและมีเป้าหมายเดียวกัน คือเพื่อเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจและลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งธุรกิจมีรถไม่ว่าจะธุรกิจไหนก็สามารถทำได้ด้วย 5 วิธี ดังนี้

1. ใช้เทคโนโลยีจัดการข้อมูลยานพาหนะ

การจัดการข้อมูลยานพาหนะด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในปัจจุบัน คือ การใช้ GPS ติดตามรถ, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีเซนเซอร์ติดตามข้อมูลเฉพาะทางอื่น ๆ เพื่อรวบรวม จัดระเบียบ วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลการดำเนินงานของยานพาหนะในธุรกิจ ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีที่กล่าวข้างต้นก็เช่น

  • ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น
  • ใช้ประโยชน์จากบันทึกของคนขับ
  • อัปเกรดระบบการจัดส่ง
  • มีข้อมูลและการแจ้งเตือนการบำรุงรักษายานพาหนะ

2. ใช้ระบบเพื่อจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง

ทุกวันนี้ ธุรกิจที่ใช้รถหรือเป็นธุรกิจกลุ่มขนส่งโดยตรงหรือโลจิสติกส์ต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น พนักงานขับรถโกงน้ำมัน แอบขโมยน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากการวางแผนเส้นทางที่ไม่ดี 

การใช้ระบบจัดการยานพาหนะ สามารถช่วยจัดการการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างยั่งยืน ตัวอย่างการทำงานของระบบ เช่น

  • ตรวจสอบแนวโน้มการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะ
  • ปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับ
  • หยุดการทุจริตและการขโมยน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้ระบบอัตโนมัติในการติดตาม
  • ตรวจจับผลกระทบของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นต่อการจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง

3. ปรับปรุงการบริหารจัดการคนขับ

การบริหารจัดการคนขับ เช่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคนขับรถของคุณมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการขับขี่ยานพาหนะ เข้าใจหลักการขับขี่อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพในการทำงาน ฯลฯ

ระบบจัดการยานพาหนะอย่างที่ Cartrack มีให้บริการนั้น มีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคุณจัดการเรื่องดังต่อไปนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เลือกคนขับที่มีคุณสมบัติและมีใบอนุญาตเท่านั้น
  • แนะนำการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยและหลักการขับขี่ที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ๆ
  • ฝึกอบรมคนขับเกี่ยวกับหลักการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมัน

4. พัฒนากลยุทธ์การบำรุงรักษายานพาหนะ

รถบรรทุกหรือรถขนส่งสินค้าจะวิ่งอยู่บนถนนได้นานขึ้นและลดต้นทุนการบำรุงรักษาได้อย่างยั่งยืน โดยใช้การบำรุงรักษากองยานด้วยกลยุทธ์การบำรุงรักษาเชิงรุก แทนที่จะรอให้รถหรือเครื่องจักรของธุรกิจเสียหายก่อน ซึ่งมักลงเอยด้วยค่าใช้จ่ายราคาแพง หรือความเสียหายทางทรัพย์สินที่ไม่อาจเรียกคืน

5. ทำให้ลูกค้าเป็นเป้าหมายหลักของงาน

ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งสำหรับธุรกิจของคุณ การให้ความสำคัญกับลูกค้านำไปสู่การขายที่เพิ่มขึ้น ความภักดีของลูกค้าที่สูงขึ้น และจะช่วยให้คุณได้ลูกค้ารายใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย 

สิ่งที่ระบบจัดการยานพาหนะจะช่วยได้ในเรื่องนี้ เช่น

  • วางแผนเส้นทางจัดส่งเพื่อให้สินค้า อุปกรณ์ และบริการ ส่งถึงลูกค้าอย่างทันเวลา
  • ปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้าได้ หากมีความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงวันที่จัดส่ง 
  • ลดความเสี่ยงยานพาหนะเสียกะทันหัน ที่หมายถึงการกระทบต่อการขนส่งสินค้าถึงลูกค้าด้วย

ทุกธุรกิจมีลักษณะและความท้าทายเรื่องยานพาหนะและขนส่งของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ธุรกิจขนาดเล็กอาจมียานพาหนะ 5-10 คัน ก็จะมีความเสี่ยงและปัญหาน้อยกว่าหรือต่างจากบริษัทขนาดใหญ่ที่อาจมียานพาหนะมากกว่า 50 คัน หรือ 100 คันให้จัดการ 

หรือธุรกิจในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันก็มีความท้าทายที่แตกต่างกันได้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างแผนการจัดการยานพาหนะกับธุรกิจประเภทต่าง ๆ

แผนการจัดการกองยานมีประโยชน์แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง น้ำมันและก๊าซ ขนส่งห้องเย็น วิศวกรรม โลจิสติกส์ และแม้แต่บริการการเงินหรือความปลอดภัย

อุตสาหกรรมก่อสร้าง

ธุรกิจก่อสร้างมักเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เหมือนใครเมื่อพูดถึงการจัดการยานพาหนะ นอกเหนือจากความกังวลทั่วไป เช่น เรื่องต้นทุน ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยแล้ว ปัจจัยเฉพาะในสภาพแวดล้อมก่อสร้างยังเพิ่มความซับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง เช่น

  • การสึกหรอหนักของเครื่องจักรเฉพาะทาง
  • การดำเนินงานตามโครงการ
  • การหาที่ตั้งของเครื่องจักรใหญ่
  • การจัดการและความปลอดภัยของคนขับ

อุตสาหกรรมการขนส่ง

ตั้งแต่บริษัทขนส่งรถบรรทุกไปจนถึงรถเช่า ทุกธุรกิจการขนส่งเผชิญกับความท้าทายในธุรกิจการขนส่งได้

  • ต้นทุนเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น
  • การลดเวลาการหยุดทำงานของยานพาหนะ
  • การตามทันกฎหมายใหม่
  • การใช้ยานพาหนะได้อย่างเต็มที่

อุตสาหกรรมอาหาร

การขนส่งสินค้าที่ต้องรักษาอุณหภูมิหรือเวลา เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับการจัดการยานพาหนะ ความผิดพลาดจะกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค และชื่อเสียงของธุรกิจในระยะยาวได้

  • การบริการลูกค้าที่ไม่ดี
  • การขาดแคลนคนขับ
  • การจัดส่งล่าช้าหรือไม่สำเร็จ
  • การลดการขโมยหรือความเสียหายของสินค้า

4 เส้นทางที่ Cartrack จัดการยานพาหนะที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

หากธุรกิจพร้อมเปลี่ยนแปลง ระบบจัดการยานพาหนะจาก Cartrack ก็พร้อมช่วยเปลี่ยนวิธีวัดผลธรรมดาที่คุณเคยใช้ ให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยระบบดูแลยานพาหนะของเรานั้น สามารถจัดการยานพาหนะได้ด้วย 4 วิธี ดังนี้

1. สร้างความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ด้วยการติดตั้งระบบเทเลเมติกส์ (Telematics) ในรถบรรทุก รถพ่วง และเครื่องจักร อุปกรณ์ ผู้จัดการยานพาหนะสามารถมั่นใจในข้อมูลและการติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะและอุปกรณ์ได้ 

ผู้จัดการยานพาหนะจะได้ภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการดำเนินงานของยานพาหนะ เพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการขนส่ง ติดตามการใช้ยานพาหนะ และเข้าถึงรายงานของยานพาหนะและคนขับ 

นอกจากนี้ระบบยังเอื้อต่อการเพิ่มเซนเซอร์ ที่ช่วยให้สามารถมั่นใจในความปลอดภัยของการขนส่งสินค้าได้เฉพาะทางมากขึ้นด้วย เช่น เซนเซอร์ประตู เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ เป็นต้น

2. การตรวจสอบและการจัดการเชื้อเพลิง

น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจที่มียานพาหนะ คิดได้เป็น 40% ของต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด 

และเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูง ธุรกิจจึงจำเป็นต้องประหยัดและตรวจสอบการใช้น้ำมันทุกหยดที่เกิดขึ้น เพราะการขาดประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงส่งผลกระทบต่อกำไรของธุรกิจอย่างมาก

ด้วยเซนเซอร์ติดตามน้ำมันของ Cartrack คุณสามารถวัดระดับปริมาณเชื้อเพลิงในถังของยานพาหนะได้อย่างแม่นยำ เซนเซอร์นี้สามารถติดตั้งในยานพาหนะ เช่น รถบรรทุก รถบัส หรือรถยนต์ส่วนตัว รวมถึงเรือได้

ธุรกิจสามารถทราบเกี่ยวกับการเพิ่มหรือลดระดับของเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การใช้น้ำมัน หรือการที่น้ำมันลดลงผิดปกติ 

นอกจากนี้ยังมี MiFleet ระบบติดตามต้นทุนยานพาหนะ ที่ธุรกิจสามารถใช้เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเกี่ยวกับยานพาหนะทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เช่น

  • เปรียบเทียบใบเสร็จรับเงินเชื้อเพลิงกับข้อมูลยานพาหนะ 
  • รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่ผิดปกติ 
  • ตรวจจับการขโมยหรือการทุจริตเชื้อเพลิง
  • รวบรวมรายงานเกี่ยวกับค่าเชื้อเพลิง ภาษี และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวข้อง

3. การบำรุงรักษายานพาหนะทั้งหมด

การชำรุดของรถและเครื่องจักรส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ธุรกิจ เพราะไม่สามารถทำงานหรือใช้งานได้ 

ดังนั้นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่จะลดโอกาสไม่ให้มีการหยุดการใช้งานยานพาหนะกะทันหัน คือ การบำรุงรักษายานพาหนะแบบป้องกัน หรือแบบเชิงรุกนั่นเอง 

ระบบการจัดการยานพาหนะของ Cartrack แจ้งเตือนสภาพของยานพาหนะได้ เช่น รับข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติของเครื่องยนต์ และการเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนน้ำมันหรือยางตามระยะทางของยานพาหนะ ทำให้ผู้จัดการสามารถกำหนดเวลาบำรุงรักษายานพาหนะและตั้งค่าการเตือน/การแจ้งเตือนอื่น ๆ สำหรับการบริการและการซ่อมแซมยานพาหนะได้ง่าย

4. การตรวจสอบประสิทธิภาพของคนขับ

ไม่ว่าจะเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือเหตุผลด้านสุขภาพ พฤติกรรมของคนขับบนท้องถนนอาจทำให้ธุรกิจของคุณเสียหายมากกว่าค่าปรับจากการขับรถเร็ว

เทคโนโลยีกล้องติดรถอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยของคนขับของ Cartrack ช่วยให้ผู้จัดการสามารถติดตามประสิทธิภาพของคนขับ ด้วยกล้องสตรีมสด กล้อง AI และการแจ้งเตือนด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ เพื่อตรวจจับและป้องกันกิจกรรมอันตรายขณะคนขับกำลังเดินทาง

กล้องเหล่านี้สามารถตรวจจับเหตุการณ์ เช่น การขับรถเสียสมาธิ เหนื่อยล้า ง่วง และการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมีการเตือนการขับจี้รถคันข้างหน้า เพื่อช่วยให้คนขับเปลี่ยนการกระทำอย่างรวดเร็วและป้องกันอุบัติเหตุ

Cartrack ช่วยเปลี่ยนขนส่งต้นทุนสูง เป็นขั้นตอนการทำงานที่ทำกำไร

ด้วยระบบจัดการยานพาหนะ Cartrack ธุรกิจที่มีขนส่งไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถติดตั้งระบบของ Cartrack เพื่อช่วยดูแลรถและเครื่องจักรใช้งานของตัวเองได้

สิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับผู้อ่านบทความ เพียงโทรเข้ามาที่หมายเลข 02-136-2920 , 02-136-2921 ในเวลาทำการ 8.30 - 17.30 น. ช่วงวันจันทร์-ศุกร์ หรือคลิกทดลองใช้ฟรี เพื่อแจ้งชื่อ จำนวนรถที่ต้องการติดตั้ง และหมายเลขติดต่อกลับ 

รับเลย!! โปรโมชันจ่าย 10 เดือน ใช้งานได้นาน 12 เดือน* ฟรีค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

LINE: https://page.line.me/udi4517q?openQrModal=true หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

หากคุณทำธุรกิจมีรถ ที่มีปัญหาค่าน้ำมันสูงหรือรถเสียซ่อมบ่อย ระบบจัดการยานพาหนะ สำหรับรถและเครื่องจักรโดยเฉพาะ ช่วยแก้ปัญหาให้ธุรกิจเพิ่มกำไรและลดต้นทุนได้