เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นนอกจากจะช่วยทำให้ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ อย่างเช่นเทคโนโลยี GPS Tracking ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลการเดินทางและการใช้งานของรถ โดยใช้ระบบกำหนดตำแหน่งพื้นที่บนพื้นผิวโลกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทำงานของรถ และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถรวมทั้งผู้โดยสาร ที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการระบบขนส่งและธุรกิจโลจิสติกส์อีกด้วย
GPS Tracking เป็นระบบติดตามตำแหน่งด้วยดาวเทียม โดยจะมีการติดตั้งตัว Tracker หรืออุปกรณ์ติดตามเอาไว้ที่ยานพาหนะ สินค้า หรือแม้แต่บุคคลที่ต้องการจะติดตาม จากนั้นจะใช้ระบบ GPS หรือ Global Positioning System ที่ใช้วิธีการคำนวณหาตำแหน่งบนพื้นโลก
โดยอาศัยตำแหน่งของดาวเทียมในการอ้างอิง ซึ่งมีความแม่นยำอยู่ในระดับสูง สามารถช่วยชี้พิกัดของยานพาหนะ บุคคลหรือสินค้าที่ต้องการติดตามได้ โดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงไม่เกิน 100 เมตร ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอุปกรณ์รับสัญญาณ ระบบติดตามยานพาหนะ GPS จึงมีประโยชน์อย่างมากในการติดตามตำแหน่ง ช่วยด้านการค้นหา รวมถึงใช้ในการวางแผนเพื่อกำหนดเส้นทางในการเดินทางเพื่อช่วยประหยัดเวลา น้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งดูแลความปลอดภัยได้อย่างดีที่สุด
ระบบ GPS เป็นระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลกที่ใช้วิธีการคำนวณความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ส่งมาจากดาวเทียมที่โคจรอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ของโลก จึงทำให้สามารถระบุตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการค้นหา และยังสามารถคำนวณความเร็วและทิศทางต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการทำแผนที่และการนำทางอีกด้วย
โดยดาวเทียมที่ทำหน้าที่นำร่องเพื่อระบุตำแหน่งที่รู้จักกันดีคือ Navstar ซึ่งเป็นของอเมริกา นอกจากนี้ยังมีดาวเทียม GPS ต่าง ๆ อีกหลายดวง แต่ส่วนใหญ่แล้วประกอบไปด้วยดาวเทียมจาก 3 ประเทศหลัก คือ อเมริกา ยุโรป และรัสเซีย ที่ส่งข้อมูลมายังส่วนควบคุมที่สถานีภาคพื้นดิน รวมถึงเครื่องรับสัญญาณซึ่งทำหน้าที่ในการรับคลื่นและแปลรหัสจากดาวเทียมเพื่อประมวลผลข้อมูลก่อนนำมาใช้งาน
อุปกรณ์ GPS Tracker ในปัจจุบันสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานเพิ่มเติมได้หลากหลาย หากนำอุปกรณ์มาเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ไฟฟ้าของรถยนต์ ก็สามารถบันทึกหรือเรียกดูข้อมูลต่าง ๆ จากเซนเซอร์อื่น ๆ ได้ เช่น วัดอุณหภูมิ, วัดแรงดันไฟฟ้า, อ่านข้อมูลจากระบบอื่น ๆ ภายในรถ เช่น ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นอกจากจะดูได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time) แล้วนั้น ยังสามารถเก็บข้อมูลไว้ดูย้อนหลังเพื่อนำไปใช้งานต่อไปได้อีกด้วย
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารและรับส่งข้อมูล อินเทอร์เน็ตยังสามารถทำหน้าที่ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ GPS Tracking เพื่อรับส่งพิกัด ตำแหน่ง หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่บันทึกมาได้ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และส่งไปยังผู้ใช้งานโดยตรงหรือส่งผ่านไปยังผู้ให้บริการ GPS Tracking และเก็บข้อมูลเข้า Server เพื่อบันทึก วิเคราะห์ และแสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่คุณสามารถเข้าไปดูได้ตลอดเวลา
อุปกรณ์ที่ใช้ในการรับสัญญาณและประมวลผลจากดาวเทียมด้วยเทคโนโลยี GPS Tracking ที่นำมาใช้เป็นระบบติดตามรถและสิ่งของได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก จากที่เพียงแค่ใช้ในการระบุตำแหน่งหรือพิกัดได้อย่างแม่นยำก็เพิ่มความสามารถในการระบุตำแหน่งได้แบบ Real time หรือตำแหน่งตามเวลาจริงในปัจจุบันอีกด้วย โดยระบบ GPS Tracking นี้ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ
1. อุปกรณ์ GPS Tracking หรือที่มักจะเห็นกันในรูปแบบกล่อง GPS ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ซึ่งจะมีการนำกล่องนี้ไปวางหรือไปติดตั้งไว้ที่ยานพาหนะหรือทรัพย์สินที่ต้องการติดตามตำแหน่ง ซึ่งตัวกล่อง GPS นี้จะมีเสาสัญญาณที่จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลผ่านช่องสัญญาณ GPRS ไปยัง Server ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล
2. ระบบ Server ที่ทำหน้าที่ในการรับข้อมูลจากอุปกรณ์ GPS Tracking และ Software ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผล โดยจะมีการทำงานใน 2 ระบบคือ Server ที่จะต้องเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและต้องจัดวางเอาไว้ในที่ที่มีความปลอดภัยสูงพร้อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและมีความเสถียร ส่วนอีกระบบคือ Software ที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลและจัดการข้อมูล ซึ่งหากใช้ระบบ Software ที่ดีก็จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำสูงด้วย
GPS Tracking System ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ทำธุรกิจที่จำเป็นต้องดูแลรถหลายคัน หรือต้องการติดตามประเมินผล ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบติดตามรถที่ผู้ให้บริการต่าง ๆ พัฒนาขึ้นมา ให้สามารถติดตามยานพาหนะแบบออนไลน์ผ่านการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่ง GPS Tracking จะแสดงผลที่ได้รับข้อมูลตำแหน่ง ความเร็วของรถในขณะนั้น รวมไปถึงระบบเซนเซอร์ภายในและนอกตัวรถ
ปัจจุบันได้มีการนำระบบติดตามยานพาหนะ GPS Tracking มาใช้ในการติดตามรถยนต์ส่วนตัว รถบรรทุก เพื่อเหตุผลในด้านของความปลอดภัยและช่วยในการวางแผนเส้นทาง นอกจากนี้ธุรกิจโลจิสติกส์ ขนส่ง และขนส่งตู้แช่เย็นต่าง ๆ ก็ได้มีการนำ GPS Tracking มาใช้ประโยชน์เช่นกัน ซึ่งระบบ GPS ติดตามนี้มีประโยชน์หลักในการใช้งานดังต่อไปนี้
ระบบ GPS Tracking จาก คาร์แทรค (Cartrack) เป็นระบบที่ช่วยในการระบุตำแหน่งยานพาหนะ ซึ่งได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีและคุณสมบัติอย่างต่อเนื่อง จนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงสามารถนำระบบนี้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งได้มากขึ้น
คุณสามารถติดตามรถและยานพาหนะได้แบบเรียลไทม์ กำหนดเส้นทาง วางแผนการเดินทาง ก็สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกและจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ซึ่งของทางคาร์แทรคสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้สูงสุดถึง 5 ปี ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
โดยคุณสามารถล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อเช็กประวัติการเดินทางย้อนหลัง เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการประเมินงบประมาณ การใช้จ่ายน้ำมัน การประเมินผู้ขับรถ เช็กเส้นทางเดินรถที่ผ่านมา การแวะพักจอดรถ การติดเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง และรายงานรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ต่อไปได้
นอกจากนี้คาร์แทรค (Cartrack) ยังมีบริการสายด่วน 24 ชั่วโมง และทีมช่วยเหลือสำหรับกรณีรถหายหรือยานพาหนะถูกขโมย พร้อมช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไปยังที่เกิดเหตุได้ทันที ช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าของรถ ตั้งแต่ผู้ใช้งานรถส่วนบุคคล ไปจนถึงผู้ประกอบการธุรกิจรถบรรทุก รถขนส่งแช่เย็น รถส่งของ และโลจิสติกส์
เปิดโอกาสในการจัดการยานพาหนะ เพื่อลดต้นทุนให้กับธุรกิจของคุณได้ง่าย ๆ คลิกทักไลน์ที่นี่เพื่อแจ้งชื่อ จำนวนรถที่ต้องการติดตั้ง และหมายเลขติดต่อกลับ หรือกรอกข้อมูลที่แบบฟอร์มด้านบน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบของเราติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด หรือขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 021362920, 021362921 ในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.30 น.
GPS Tracking เทคโนโลยีใช้ติดตามยานพาหนะ ระบบติดตามยานพาหนะ GPS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ การทำงานของยานพาหนะให้กับธุรกิจของคุณได้ดีเยี่ยม และมากกว่าที่คิด