BLOGS

7 เหตุผลที่ธุรกิจควรใช้ 'เซนเซอร์น้ำมัน' Cartrack

ลูกค้าใหม่เท่านั้น! ต้องการติดตั้ง GPS Cartrack วันนี้ ปรึกษาฟรี!

ฉันเป็น / ...
จำนวนยานพาหนะของคุณ
ขอบคุณค่ะ เจ้าหน้าที่คาร์แทรคจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด
Oops! Something went wrong while submitting the form.

ธุรกิจส่วนใหญ่อาจได้ยินคำแนะนำว่า “หากมีรถใช้งาน ติดเซนเซอร์น้ำมันด้วยนะ” แต่ว่าเหตุผลหรือข้อดีที่แท้จริงของการติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันคืออะไร บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ ชวนทำความรู้จักเซนเซอร์น้ำมัน เหตุผลว่าทำไมธุรกิจที่มีรถควรติดตั้ง เทคนิคการเลือก และข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด

บริษัท Cartrack เป็นผู้ให้บริการระบบติดตามรถ GPS และระบบบริหารจัดการยานพาหนะในเรื่องต่าง ๆ เช่น การใช้น้ำมัน กล้องติดรถ การเปิดปิดประตูตู้สินค้า การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ สำหรับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและส่วนบุคคล ด้วยประสบการณ์มากกว่า 22 ปี Cartrack ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 2,500,000 ผู้ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

บทความตอนนี้ชวนคุยเรื่อง:

  • เซนเซอร์น้ำมัน คืออะไร มีกี่แบบ?
  • ทำไมเซนเซอร์น้ำมันเริ่มเป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจมีรถ?
  • เทคนิคการเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมันสำหรับธุรกิจ
  • 7 เหตุผลที่ควรเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack
  • เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดตามการใช้น้ำมันแม่นยำ แม้ไม่มีใบเสร็จ

เซนเซอร์น้ำมัน คืออะไร มีกี่แบบ?

เซนเซอร์น้ำมัน คือ อุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถังน้ำมัน หากติดตั้งกับตัวรถก็มักเป็นส่วนของถังน้ำมันรถ วัตถุประสงค์เพื่อวัดปริมาณน้ำมันในถัง ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของปริมาณน้ำมันในถังและความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา 

รวมถึงแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เช่น เติมน้ำมันเข้าถัง น้ำมันลดลงปริมาณมากผิดปกติและอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เจ้าของรถทราบถึงความเคลื่อนไหวหรือความผิดปกติ และ รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

เซนเซอร์น้ำมัน มีกี่แบบ?

รูปแบบเซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีอยู่ 3 แบบ เช่น

  1. Analog เซนเซอร์น้ำมันที่อ่านค่าจากลูกลอยในถังน้ำมัน ลูกลอยวัดน้ำมันด้วยหลักการลอยตัวของมัน ตามปริมาณน้ำมันที่เปลี่ยนแปลง จากนั้นจะส่งสัญญาณไปยังเกจ์วัดระดับน้ำมันของรถ 
  2. CANBus เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันที่อ่านค่าจาก ECU หรือ กล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถ ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเพื่อควบคุมและปรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในรถให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนเป็นสมองของเครื่องยนต์
  3. Tube เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันในรูปแบบแท่งหรือท่อ ที่ติดตั้งยึดเข้าไปในถังน้ำมัน หรือเรียกอีกอย่างว่า เซนเซอร์น้ำมันแบบเจาะถัง

ทำไมเซนเซอร์น้ำมันเริ่มเป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจมีรถ?

เซนเซอร์น้ำมันเริ่มเป็นที่นิยมในธุรกิจที่มีรถใช้งาน เพราะช่วยควบคุมต้นทุนการขนส่งและพฤติกรรมการขับขี่ ได้พร้อมกัน โดยแบ่งเป็นเหตุผลที่เข้าใจง่ายดังนี้

1. ค่าน้ำมัน คือ ต้นทุนอันดับต้น ๆ ของรถ

สำหรับธุรกิจที่มีงานขนส่ง โลจิสติกส์ รถบริการ หรือรถที่ออกไปพบปะขายตรงกับลูกค้า ค่าน้ำมันมักกินสัดส่วนเป็น 20-40% ของต้นทุนขนส่งทั้งหมด และหากธุรกิจเป็นธุรกิจขนส่งเป็นหลัก เท่ากับว่า 20-40% นี้จะกลายเป็นสัดส่วนของต้นทุนธุรกิจทั้งหมดเลยทีเดียว

ดังนั้น เซนเซอร์น้ำมันช่วยให้ธุรกิจรู้ว่า เติมน้ำมันเข้ารถจริงกี่ลิตร ใช้น้ำมันไปเท่าไรต่อวันหรือต่อเที่ยว สิ้นเปลืองน้ำมันผิดปกติหรือไม่ เมื่อใช้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันตรวจวัด ธุรกิจจะมีตัวเลขการดำเนินงานจริงที่ชัดเจน ไม่ใช่ตัวเลขจากคาดเดาอีกต่อไป

2. ลดการทุจริตที่มองไม่เห็น

ปัญหาที่ธุรกิจมีรถใช้งานเจอบ่อย เช่น ดูดน้ำมันออกไปขาย ขโมยน้ำมัน พนักงานขับรถ โกงน้ำมัน เติมไม่ครบลิตรแต่เบิกเต็ม ใช้รถนอกเวลางาน 

เซนเซอร์น้ำมันสามารถแจ้งเตือนระดับน้ำมันที่ลดฮวบผิดปกติ เทียบข้อมูลน้ำมันกับเส้นทาง GPS หรือพิกัดสถานที่ เติมที่ปั๊มน้ำมันจริงหรือไม่ เติมเข้ามากี่ลิตร ณ เวลานั้น มีหลักฐานชัดเจนในการพิสูจน์ความถูกต้อง ลดและหยุดการทุจริตในการทำงานอย่างเห็นผลด้วยระบบอัตโนมัติที่แม่นยำและเป็นกลาง เจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการขนส่งไม่ต้องคอยจับตาหรือไล่ตามด้วยตัวเองตลอดเวลา

3. บริหารพฤติกรรมคนขับได้ดีขึ้น

ข้อมูลน้ำมันสะท้อนพฤติกรรมการขับขี่ได้โดยตรง เช่น จอดแช่ติดเครื่องยนต์ เร่งเครื่องแรง เบรกบ่อย ทั้งหมดเป็นพฤติกรรมสิ้นเปลืองน้ำมันและกร่อนทำลายเครื่องยนต์อย่างเงียบ ๆ

เมื่อมีข้อมูลชัดเจนจากเซนเซอร์ GPS วัดระดับน้ำมัน ธุรกิจสามารถใช้อบรมคนขับแบบมีหลักฐาน ให้ปรับปรุงการขับขี่ให้ดีขึ้น ให้รางวัลคนขับที่ขับขี่ประหยัดน้ำมันและใช้รถแบบถนอม นอกจากนี้ยังสามารถตั้ง ค่าตอบแทนตามการใช้น้ำมันจริงได้ด้วย ในกรณีขับรถแบบเหมาน้ำมัน

4. วางแผนงานและงบประมาณแม่นขึ้น

ธุรกิจสามารถคาดการณ์ค่าน้ำมันรายเดือน เปรียบเทียบรถแต่ละคัน รุ่น เส้นทางการขับขี่ ช่วยให้ตัดสินใจเปลี่ยนรถหรือซ่อมบำรุงได้จากข้อมูลจริง เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจที่มีแผนขยายรถและงานขนส่ง

5. ตอบโจทย์นโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเฟื่องฟู

หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงานหรือการลดการปล่อยมลภาวะ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ESG หรือนโยบายพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ Environment (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (ธรรมาภิบาล) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับรัฐ 

ตัวอย่างการได้รับการยอมรับสำหรับธุรกิจที่ใช้เซนเซอร์น้ำมัน เช่น การส่งออกไปยังประเทศที่กำหนดการนำเข้าต้องมาจากองค์กรที่มีการดำเนินงานแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานว่ามีประสิทธิภาพ หรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันที่มีคุณภาพ จะมีรายงานการใช้น้ำมันเป็นฐานข้อมูลสำคัญและเชื่อถือได้

การเติมน้ำมันลงในถังน้ำมันของรถบรรทุกขนาดใหญ่

เทคนิคการเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมันสำหรับธุรกิจ

การเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมันสำหรับธุรกิจที่มีรถ ไม่ใช่จะซื้อรุ่นไหนก็ได้ เพราะถ้าเลือกผิดอาจทำให้ข้อมูลไม่แม่น ไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ควร หรือติดตั้งไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าจะซื้อเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันไปติดตั้ง คุณควรพิจารณา ดังนี้

1. เลือกตามรูปแบบถังน้ำมัน ระบบรถรองรับ

รถแต่ละรุ่นมีรูปแบบถังน้ำมันที่แตกต่างกัน ถังกลมหรือถังแบน ถังมีเหล็กกันโฟม ถังที่อยู่ในตำแหน่งสูงหรือลึก ดังนั้น เซนเซอร์ที่เลือกใช้ก็ควรต้องอิงกับรูปแบบถังน้ำมันประกอบด้วย 

นอกจากนี้ การเชื่อมต่อสัญญาณ เข้ากับระบบที่มีอยู่ไหม ตรวจสอบว่าระบบของคุณรองรับ Analog, CANBus หรือ Tube เซนเซอร์น้ำมันที่มีคุณภาพหรือรองรับการใช้ข้อมูลน้ำมันต่อยอด ซึ่งเพื่อความแน่นอนของข้อมูลควรปรึกษาบริษัทผู้ให้บริการเซนเซอร์น้ำมันก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อติดตั้ง

2. ระดับความแม่นยำ

ความแม่นยำของอุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถัง นับเป็นหัวใจสำคัญ ธุรกิจที่ต้องการคุมค่าใช้จ่ายและใช้งานรถเยอะ ควรเลือกความแม่นยำสูงๆ คลาดเคลื่อนไม่เกิน ±1–2% 

รวมถึงควรหลีกเลี่ยงรุ่นถูกเกินไปที่คลาดเคลื่อน ±5–10% เพราะข้อมูลที่ได้อาจจะเพี้ยนจากความจริงมากเกินในระดับที่ไม่เหมาะกับการคุมและกำหนดทิศทางค่าใช้จ่าย

3. เชื่อมต่อกับ GPS หรือระบบ Telematics

ธุรกิจควรเลือกเซนเซอร์น้ำมันที่เชื่อมต่อกับระบบ GPS ติดตามรถ หรือระบบบริหารจัดการยานพาหนะที่ใช้ Telematics เพื่อให้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันส่งข้อมูลสถานะน้ำมันพร้อมตำแหน่ง GPS และรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียวกับข้อมูลการใช้งานอื่น ๆ ของรถ

และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี GPS ข้อมูลน้ำมันจาก GPS วัดระดับน้ำมันที่ได้ควรเป็นแบบ Real-time (เรียลไทม์) อัปเดตแบบเรียลไทม์ทุกกี่วินาทีหรือกี่นาที ซึ่งถ้าเป็นรถที่วิ่งงานตลอดเวลา ระบบแบบ Real-time จะช่วยป้องกันและรับมือหากเกิดเหตุผิดปกติได้ทันทีด้วย

4. แจ้งเตือนความผิดปกติได้

ระบบจัดการน้ำมันและเซนเซอร์น้ำมันที่มีประสิทธิภาพ ต้องสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนความผิดปกติได้ ไม่ใช่แค่ตรวจจับอย่างเดียว ความผิดปกติเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น

  • น้ำมันลดลงเร็วผิดปกติในระยะเวลาสั้น ๆ
  • เติมน้ำมันนอกเวลาที่กำหนด หรือไม่ใช่พิกัดที่กำหนด
  • น้ำมันไม่เพิ่มหลังเติม

5. ความทนทานตามสภาพใช้งาน

รถบางประเภทอาจทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ถนนในเมืองทั่วไป หรือพื้นที่ไม่ราบเรียบปกติ เช่น รถบรรทุก รถข้ามจังหวัด รถหรือเครื่องจักรก่อสร้างที่ทำงานในไซต์ก่อสร้างหรือเหมือง

ดังนั้น การเลือกเซนเซอร์น้ำมัน ควรเลือกที่มีวัสดุแข็งแรง มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมาจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้อายุการใช้งานเซนเซอร์มีประสิทธิภาพ ยาวนาน และคุ้มค่าอย่างแท้จริง

6. ติดตั้งและดูแลง่าย

เซนเซอร์น้ำมันที่ดีที่สุด ควรเป็นเซนเซอร์ที่ติดตั้งเข้ากันกับรถหรือยานพาหนะคันนั้น ๆ และมีคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน ดูแลง่าย เหมาะสมกับสภาพการใช้งานรถ 

เซนเซอร์น้ำมันส่วนใหญ่ ต้องการความร่วมมือจากผู้ใช้งานแค่การคาลิเบรทน้ำมัน หรือการเทียบค่าน้ำมันในถังกับระบบเซนเซอร์น้ำมัน ซึ่งเป็นแค่การเติมน้ำมันให้เต็มถัง ใช้น้ำมันให้เกือบหมดหรือหมด แล้วเติมน้ำมันให้เต็มถังใหม่ 2-3 รอบ เพื่อยืนยันความแม่นยำก่อนใช้งานจริงต่อไป นอกจากนี้ ควรมี Support หรือบริการหลังการขาย

7. คุ้มค่า มีประโยชน์จริง

ข้อสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ไม่ควรเลือกเซนเซอร์น้ำมันเพียงเพราะรุ่นนั้นราคาถูกที่สุด เพราะมันไม่ได้บ่งชี้ว่า ผู้ติดตั้งจะได้รับประโยชน์ที่แท้จริง แต่ให้คำนึงถึงปัจจัยข้างต้น และชั่งน้ำหนักสิ่งที่ต้องการจะใช้ก็ได้ 

เพราะแม้ว่าเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันจะมีค่าใช้จ่ายในระยะแรก แต่มันเป็นการลงทุนเพื่อผลลัพธ์ระยะยาวด้านการประหยัดน้ำมันหรือหยุดการทุจริตค่าใช้จ่ายน้ำมัน

7 เหตุผลที่ควรเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack

หากกำลังมองหาเครื่องมือติดตามน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อหยุดการขโมยน้ำมัน ควบคุมการใช้งานให้ถูกต้องตามจุดประสงค์ และการลดต้นทุนธุรกิจ เซนเซอร์น้ำมันประสิทธิภาพสูง Cartrack ช่วยธุรกิจมีรถได้ตามความต้องการเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ควรใช้ตัดสินใจ เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack เซนเซอร์น้ำมันทั่วไป
รองรับถังน้ำมันแบบต่าง ๆ รองรับ เพราะมีเซนเซอร์น้ำมันถึง 3 แบบ ที่ครอบคลุมรถและเครื่องจักรทุกประเภท
  • เซนเซอร์แบบ Analog ลูกลอย
  • เซนเซอร์แบบ CANBus
  • เซนเซอร์แบบท่อ
รวมถึงติดตั้งด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเซนเซอร์น้ำมันทั้ง 3 แบบ
อาจจะรองรับไม่ครอบคลุมรถทุกประเภท
ความแม่นยำ มีอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงถึง 98% หรือคลาดเคลื่อนไม่เกิน ±1-2% ค่าความคลาดเคลื่อนไม่แน่นอน หรืออาจการันตีไม่ได้
เชื่อมต่อกับ GPS เชื่อมต่อ ทำให้ข้อมูลผสานกันและเป็นแบบ Real-time อาจจะเชื่อมต่อหรือไม่ก็ได้ และข้อมูลอาจจะไม่ Real-time
แจ้งเตือนความผิดปกติ แจ้งเตือนเมื่อน้ำมันเคลื่อนไหวผิดปกติทันที โดยแจ้งเตือนเข้าระบบบนคอมพิวเตอร์หรือแอปฯ สมาร์ทโฟนมือถือ เช่น
  • ปริมาณน้ำมันลดฮวบในเวลาอันรวดเร็ว
  • เติมน้ำมันในเวลาและสถานที่ที่ไม่ถูกต้อง
  • เติมน้ำมันได้ลิตรไม่ตรงกับใบเสร็จ
ไม่แน่นอน ทั้งเรื่องที่แจ้งเตือนและวิธีการแจ้งเตือน
ทนทานต่อการใช้งาน เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack รองรับการใช้งานทุกพื้นที่ ทั้งท้องถนนปกติ การวิ่งระยะไกล ใช้งานรถประจำทุกวัน หรือพื้นที่ทุรกันดาร ไม่แน่นอน บางรุ่นเหมาะกับรถวิ่งในเมืองอย่างเดียว
การติดตั้งและดูแลรักษา มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้ อุปกรณ์ดูแลรักษาง่าย มีความทนทาน สามารถใช้งานสมบุกสมบัน รวมถึงมีบริการหลังการขายฟรี ตลอดอายุการใช้งาน อาจต้องติดตั้งเอง แบบมีคู่มือมาให้ และไม่มีบริการหลังการขาย ถ้าไม่ซื้อประกันหรือบริการเพิ่ม
ความคุ้มค่า คุ้มค่าอย่างชัดเจน เพราะออกแบบมาเพื่อการใช้งานระยะยาวและลดต้นทุนธุรกิจ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละแบรนด์ เพราะบางแบรนด์อาจจะแค่ติดตามเพื่อเก็บข้อมูล ไม่ได้มีฟีเจอร์จัดการการทุจริต

พนักงานชายกำลังต่อท่อจากถังน้ำมันของรถบรรทุก

เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack ติดตามการใช้น้ำมันแม่นยำ แม้ไม่มีใบเสร็จ

ติดตามความเคลื่อนไหวและการใช้น้ำมันของรถคุณอย่างแม่นยำว่าใช้อย่างถูกต้องและปลอดการทุจริตน้ำมัน ด้วยเซนเซอร์น้ำมันคุณภาพสูงจาก Cartrack

เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน Cartrack เป็นมากกว่าเครื่องวัด แต่เป็นระบบจัดการน้ำมันที่ควบคุมให้การใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงลดการใช้น้ำมันที่ช่วยลดต้นทุนน้ำมัน ขนส่ง และธุรกิจได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม

หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของเซนเซอร์น้ำมัน อุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถัง หรืออยากทราบว่ารถของคุณควรติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันรุ่นไหน ติดตั้งที่ไหนอย่างไร หรือมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ สามารถสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.

รวมถึงหากธุรกิจสนใจติดตั้ง GPS ติดรถบรรทุก GPS รถบรรทุกก่อสร้าง ฯลฯ ติดตั้งฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack

ถาม: “หากติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack แล้วจะสามารถดูรายงานการใช้น้ำมันได้ที่ไหน อย่างไร?”

ตอบ: ลูกค้าที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน เพื่อใช้งานร่วมกับ GPS ติดตามรถ Cartrack จะสามารถดูรายงานการใช้น้ำมัน รวมถึงข้อมูลรถอื่น ๆ ผ่านระบบจัดการและควบคุมการใช้งานยานพาหนะหรือ  Fleet Management System (ระบบฟลีท) ได้ที่เว็บไซต์ https://fleetweb-th.cartrack.com/login

ระบบฟลีทจะแสดงผลข้อมูลการเติมเข้า ใช้น้ำมันของรถแต่ละคันที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันไว้ ในรูปแบบกราฟที่ดูง่าย ชัดเจน สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งจดข้อมูลลงบนกระดาษเอง หรือมีหลักฐานเฉพาะใบเสร็จจากพนักงานขับรถอย่างเดียวอีกต่อไป

ถาม: “รถขนาดใหญ่ในธุรกิจควรเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมัน Cartrack แบบไหนดี?”

ตอบ: สำหรับรถขนาดใหญ่ที่ใช้งานในธุรกิจ เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถสิบล้อ รถตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ Cartrack ขอแนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันรูปแบบ Tube ซึ่งจะติดตั้งโดยการเจาะถัง และติดตั้งลงในถังน้ำมัน ซึ่งอุปกรณ์ลักษณะนี้จะช่วยให้การวัดปริมาณน้ำมันในถังน้ำมันขนาดใหญ่ทำได้แม่นยำสูงสุด

ถาม: “การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack แบบเจาะถังมีผลต่อการรับประกันตัวรถหรือไม่?”

ตอบ: การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack แบบ Tube จะต้องมีการเจาะถังน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการดัดแปลงถังน้ำมัน และทำให้การรับประกันเฉพาะบริเวณถังน้ำมันขาด แต่จะไม่ส่งผลต่อการรับประกันตัวรถทั้งคัน 

อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าเจ้าของรถควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประกันรถอีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อมูลก่อนตัดสินใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันกับ Cartrack

อ่าน FAQ เพิ่มเติมที่นี่ เร็ว ๆ นี้

ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่

Facebook: Cartrack Thailand

Instagram: @cartrack.thailand‍

LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

ปั๊มน้ำมันที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้บริการอยู่

ธุรกิจอาจได้ยินคำแนะนำ “หากมีรถใช้งาน ติดเซนเซอร์น้ำมันด้วย” แต่เหตุผลที่แท้จริงของการติดตั้งคืออะไร และเทคนิคการเลือกที่ช่วยตัดสินใจถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด