ธุรกิจส่วนใหญ่อาจได้ยินคำแนะนำว่า “หากมีรถใช้งาน ติดเซนเซอร์น้ำมันด้วยนะ” แต่ว่าเหตุผลหรือข้อดีที่แท้จริงของการติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันคืออะไร บทความคาร์แทรค (Cartrack) ตอนนี้ ชวนทำความรู้จักเซนเซอร์น้ำมัน เหตุผลว่าทำไมธุรกิจที่มีรถควรติดตั้ง เทคนิคการเลือก และข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด
บริษัท Cartrack เป็นผู้ให้บริการระบบติดตามรถ GPS และระบบบริหารจัดการยานพาหนะในเรื่องต่าง ๆ เช่น การใช้น้ำมัน กล้องติดรถ การเปิดปิดประตูตู้สินค้า การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ สำหรับธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและส่วนบุคคล ด้วยประสบการณ์มากกว่า 22 ปี Cartrack ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 2,500,000 ผู้ใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน
เซนเซอร์น้ำมัน คือ อุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถังน้ำมัน หากติดตั้งกับตัวรถก็มักเป็นส่วนของถังน้ำมันรถ วัตถุประสงค์เพื่อวัดปริมาณน้ำมันในถัง ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของปริมาณน้ำมันในถังและความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
รวมถึงแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เช่น เติมน้ำมันเข้าถัง น้ำมันลดลงปริมาณมากผิดปกติและอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เจ้าของรถทราบถึงความเคลื่อนไหวหรือความผิดปกติ และ รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
รูปแบบเซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีอยู่ 3 แบบ เช่น
เซนเซอร์น้ำมันเริ่มเป็นที่นิยมในธุรกิจที่มีรถใช้งาน เพราะช่วยควบคุมต้นทุนการขนส่งและพฤติกรรมการขับขี่ ได้พร้อมกัน โดยแบ่งเป็นเหตุผลที่เข้าใจง่ายดังนี้
สำหรับธุรกิจที่มีงานขนส่ง โลจิสติกส์ รถบริการ หรือรถที่ออกไปพบปะขายตรงกับลูกค้า ค่าน้ำมันมักกินสัดส่วนเป็น 20-40% ของต้นทุนขนส่งทั้งหมด และหากธุรกิจเป็นธุรกิจขนส่งเป็นหลัก เท่ากับว่า 20-40% นี้จะกลายเป็นสัดส่วนของต้นทุนธุรกิจทั้งหมดเลยทีเดียว
ดังนั้น เซนเซอร์น้ำมันช่วยให้ธุรกิจรู้ว่า เติมน้ำมันเข้ารถจริงกี่ลิตร ใช้น้ำมันไปเท่าไรต่อวันหรือต่อเที่ยว สิ้นเปลืองน้ำมันผิดปกติหรือไม่ เมื่อใช้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันตรวจวัด ธุรกิจจะมีตัวเลขการดำเนินงานจริงที่ชัดเจน ไม่ใช่ตัวเลขจากคาดเดาอีกต่อไป
ปัญหาที่ธุรกิจมีรถใช้งานเจอบ่อย เช่น ดูดน้ำมันออกไปขาย ขโมยน้ำมัน พนักงานขับรถ โกงน้ำมัน เติมไม่ครบลิตรแต่เบิกเต็ม ใช้รถนอกเวลางาน
เซนเซอร์น้ำมันสามารถแจ้งเตือนระดับน้ำมันที่ลดฮวบผิดปกติ เทียบข้อมูลน้ำมันกับเส้นทาง GPS หรือพิกัดสถานที่ เติมที่ปั๊มน้ำมันจริงหรือไม่ เติมเข้ามากี่ลิตร ณ เวลานั้น มีหลักฐานชัดเจนในการพิสูจน์ความถูกต้อง ลดและหยุดการทุจริตในการทำงานอย่างเห็นผลด้วยระบบอัตโนมัติที่แม่นยำและเป็นกลาง เจ้าของธุรกิจหรือผู้จัดการขนส่งไม่ต้องคอยจับตาหรือไล่ตามด้วยตัวเองตลอดเวลา
ข้อมูลน้ำมันสะท้อนพฤติกรรมการขับขี่ได้โดยตรง เช่น จอดแช่ติดเครื่องยนต์ เร่งเครื่องแรง เบรกบ่อย ทั้งหมดเป็นพฤติกรรมสิ้นเปลืองน้ำมันและกร่อนทำลายเครื่องยนต์อย่างเงียบ ๆ
เมื่อมีข้อมูลชัดเจนจากเซนเซอร์ GPS วัดระดับน้ำมัน ธุรกิจสามารถใช้อบรมคนขับแบบมีหลักฐาน ให้ปรับปรุงการขับขี่ให้ดีขึ้น ให้รางวัลคนขับที่ขับขี่ประหยัดน้ำมันและใช้รถแบบถนอม นอกจากนี้ยังสามารถตั้ง ค่าตอบแทนตามการใช้น้ำมันจริงได้ด้วย ในกรณีขับรถแบบเหมาน้ำมัน
ธุรกิจสามารถคาดการณ์ค่าน้ำมันรายเดือน เปรียบเทียบรถแต่ละคัน รุ่น เส้นทางการขับขี่ ช่วยให้ตัดสินใจเปลี่ยนรถหรือซ่อมบำรุงได้จากข้อมูลจริง เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจที่มีแผนขยายรถและงานขนส่ง
หลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงานหรือการลดการปล่อยมลภาวะ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ESG หรือนโยบายพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน 3 ด้าน ได้แก่ Environment (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (ธรรมาภิบาล) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับรัฐ
ตัวอย่างการได้รับการยอมรับสำหรับธุรกิจที่ใช้เซนเซอร์น้ำมัน เช่น การส่งออกไปยังประเทศที่กำหนดการนำเข้าต้องมาจากองค์กรที่มีการดำเนินงานแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานว่ามีประสิทธิภาพ หรือสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันที่มีคุณภาพ จะมีรายงานการใช้น้ำมันเป็นฐานข้อมูลสำคัญและเชื่อถือได้

การเลือกใช้เซนเซอร์น้ำมันสำหรับธุรกิจที่มีรถ ไม่ใช่จะซื้อรุ่นไหนก็ได้ เพราะถ้าเลือกผิดอาจทำให้ข้อมูลไม่แม่น ไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ควร หรือติดตั้งไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าจะซื้อเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันไปติดตั้ง คุณควรพิจารณา ดังนี้
รถแต่ละรุ่นมีรูปแบบถังน้ำมันที่แตกต่างกัน ถังกลมหรือถังแบน ถังมีเหล็กกันโฟม ถังที่อยู่ในตำแหน่งสูงหรือลึก ดังนั้น เซนเซอร์ที่เลือกใช้ก็ควรต้องอิงกับรูปแบบถังน้ำมันประกอบด้วย
นอกจากนี้ การเชื่อมต่อสัญญาณ เข้ากับระบบที่มีอยู่ไหม ตรวจสอบว่าระบบของคุณรองรับ Analog, CANBus หรือ Tube เซนเซอร์น้ำมันที่มีคุณภาพหรือรองรับการใช้ข้อมูลน้ำมันต่อยอด ซึ่งเพื่อความแน่นอนของข้อมูลควรปรึกษาบริษัทผู้ให้บริการเซนเซอร์น้ำมันก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อติดตั้ง
ความแม่นยำของอุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถัง นับเป็นหัวใจสำคัญ ธุรกิจที่ต้องการคุมค่าใช้จ่ายและใช้งานรถเยอะ ควรเลือกความแม่นยำสูงๆ คลาดเคลื่อนไม่เกิน ±1–2%
รวมถึงควรหลีกเลี่ยงรุ่นถูกเกินไปที่คลาดเคลื่อน ±5–10% เพราะข้อมูลที่ได้อาจจะเพี้ยนจากความจริงมากเกินในระดับที่ไม่เหมาะกับการคุมและกำหนดทิศทางค่าใช้จ่าย
ธุรกิจควรเลือกเซนเซอร์น้ำมันที่เชื่อมต่อกับระบบ GPS ติดตามรถ หรือระบบบริหารจัดการยานพาหนะที่ใช้ Telematics เพื่อให้เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันส่งข้อมูลสถานะน้ำมันพร้อมตำแหน่ง GPS และรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียวกับข้อมูลการใช้งานอื่น ๆ ของรถ
และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี GPS ข้อมูลน้ำมันจาก GPS วัดระดับน้ำมันที่ได้ควรเป็นแบบ Real-time (เรียลไทม์) อัปเดตแบบเรียลไทม์ทุกกี่วินาทีหรือกี่นาที ซึ่งถ้าเป็นรถที่วิ่งงานตลอดเวลา ระบบแบบ Real-time จะช่วยป้องกันและรับมือหากเกิดเหตุผิดปกติได้ทันทีด้วย
ระบบจัดการน้ำมันและเซนเซอร์น้ำมันที่มีประสิทธิภาพ ต้องสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนความผิดปกติได้ ไม่ใช่แค่ตรวจจับอย่างเดียว ความผิดปกติเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น
รถบางประเภทอาจทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ถนนในเมืองทั่วไป หรือพื้นที่ไม่ราบเรียบปกติ เช่น รถบรรทุก รถข้ามจังหวัด รถหรือเครื่องจักรก่อสร้างที่ทำงานในไซต์ก่อสร้างหรือเหมือง
ดังนั้น การเลือกเซนเซอร์น้ำมัน ควรเลือกที่มีวัสดุแข็งแรง มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมาจากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้อายุการใช้งานเซนเซอร์มีประสิทธิภาพ ยาวนาน และคุ้มค่าอย่างแท้จริง
เซนเซอร์น้ำมันที่ดีที่สุด ควรเป็นเซนเซอร์ที่ติดตั้งเข้ากันกับรถหรือยานพาหนะคันนั้น ๆ และมีคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน ดูแลง่าย เหมาะสมกับสภาพการใช้งานรถ
เซนเซอร์น้ำมันส่วนใหญ่ ต้องการความร่วมมือจากผู้ใช้งานแค่การคาลิเบรทน้ำมัน หรือการเทียบค่าน้ำมันในถังกับระบบเซนเซอร์น้ำมัน ซึ่งเป็นแค่การเติมน้ำมันให้เต็มถัง ใช้น้ำมันให้เกือบหมดหรือหมด แล้วเติมน้ำมันให้เต็มถังใหม่ 2-3 รอบ เพื่อยืนยันความแม่นยำก่อนใช้งานจริงต่อไป นอกจากนี้ ควรมี Support หรือบริการหลังการขาย
ข้อสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ไม่ควรเลือกเซนเซอร์น้ำมันเพียงเพราะรุ่นนั้นราคาถูกที่สุด เพราะมันไม่ได้บ่งชี้ว่า ผู้ติดตั้งจะได้รับประโยชน์ที่แท้จริง แต่ให้คำนึงถึงปัจจัยข้างต้น และชั่งน้ำหนักสิ่งที่ต้องการจะใช้ก็ได้
เพราะแม้ว่าเซนเซอร์วัดระดับน้ำมันจะมีค่าใช้จ่ายในระยะแรก แต่มันเป็นการลงทุนเพื่อผลลัพธ์ระยะยาวด้านการประหยัดน้ำมันหรือหยุดการทุจริตค่าใช้จ่ายน้ำมัน
หากกำลังมองหาเครื่องมือติดตามน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อหยุดการขโมยน้ำมัน ควบคุมการใช้งานให้ถูกต้องตามจุดประสงค์ และการลดต้นทุนธุรกิจ เซนเซอร์น้ำมันประสิทธิภาพสูง Cartrack ช่วยธุรกิจมีรถได้ตามความต้องการเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามความเคลื่อนไหวและการใช้น้ำมันของรถคุณอย่างแม่นยำว่าใช้อย่างถูกต้องและปลอดการทุจริตน้ำมัน ด้วยเซนเซอร์น้ำมันคุณภาพสูงจาก Cartrack
เซนเซอร์วัดระดับน้ำมัน Cartrack เป็นมากกว่าเครื่องวัด แต่เป็นระบบจัดการน้ำมันที่ควบคุมให้การใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงลดการใช้น้ำมันที่ช่วยลดต้นทุนน้ำมัน ขนส่ง และธุรกิจได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติของเซนเซอร์น้ำมัน อุปกรณ์วัดระดับน้ำมันในถัง หรืออยากทราบว่ารถของคุณควรติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันรุ่นไหน ติดตั้งที่ไหนอย่างไร หรือมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ สามารถสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ Cartrack โดยตรง เพียงคลิกกรอกข้อมูลที่นี่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด ในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 - 17.30 น.
รวมถึงหากธุรกิจสนใจติดตั้ง GPS ติดรถบรรทุก GPS รถบรรทุกก่อสร้าง ฯลฯ ติดตั้งฟรี! ค่าบริการและค่าติดตั้ง จ่ายเพียงค่าอุปกรณ์ พร้อมรับประกันอายุ GPS ตลอดอายุการใช้งาน
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อ GPS ติดตามรถ รับทันที โปรโมชันติดตั้ง GPS ติดตามรถบรรทุก จ่าย 10 เดือน ใช้ต่อเนื่อง 12 เดือน* (* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
ตอบ: ลูกค้าที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน เพื่อใช้งานร่วมกับ GPS ติดตามรถ Cartrack จะสามารถดูรายงานการใช้น้ำมัน รวมถึงข้อมูลรถอื่น ๆ ผ่านระบบจัดการและควบคุมการใช้งานยานพาหนะหรือ Fleet Management System (ระบบฟลีท) ได้ที่เว็บไซต์ https://fleetweb-th.cartrack.com/login
ระบบฟลีทจะแสดงผลข้อมูลการเติมเข้า ใช้น้ำมันของรถแต่ละคันที่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันไว้ ในรูปแบบกราฟที่ดูง่าย ชัดเจน สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งจดข้อมูลลงบนกระดาษเอง หรือมีหลักฐานเฉพาะใบเสร็จจากพนักงานขับรถอย่างเดียวอีกต่อไป
ตอบ: สำหรับรถขนาดใหญ่ที่ใช้งานในธุรกิจ เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถสิบล้อ รถตู้คอนเทนเนอร์ ฯลฯ Cartrack ขอแนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์วัดระดับน้ำมันรูปแบบ Tube ซึ่งจะติดตั้งโดยการเจาะถัง และติดตั้งลงในถังน้ำมัน ซึ่งอุปกรณ์ลักษณะนี้จะช่วยให้การวัดปริมาณน้ำมันในถังน้ำมันขนาดใหญ่ทำได้แม่นยำสูงสุด
ตอบ: การติดตั้งเซนเซอร์น้ำมัน Cartrack แบบ Tube จะต้องมีการเจาะถังน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการดัดแปลงถังน้ำมัน และทำให้การรับประกันเฉพาะบริเวณถังน้ำมันขาด แต่จะไม่ส่งผลต่อการรับประกันตัวรถทั้งคัน
อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าเจ้าของรถควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประกันรถอีกครั้ง เพื่อยืนยันข้อมูลก่อนตัดสินใจติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันกับ Cartrack
อ่าน FAQ เพิ่มเติมที่นี่ เร็ว ๆ นี้
ติดตาม Cartrack (คาร์แทรค) เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Cartrack Thailand
Instagram: @cartrack.thailand
LINE: Cartrack GPS หรือเข้าแอปฯ LINE เลือกเพิ่มเพื่อน เลือกค้นหา พิมพ์ @udi4517q ที่ ID และแอดเพื่อคุยสอบถามข้อมูลได้ทันที

ธุรกิจอาจได้ยินคำแนะนำ “หากมีรถใช้งาน ติดเซนเซอร์น้ำมันด้วย” แต่เหตุผลที่แท้จริงของการติดตั้งคืออะไร และเทคนิคการเลือกที่ช่วยตัดสินใจถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด